Shop

แม่บ้านมือใหม่กับเครื่องทุ่นแรง

เวลาใครถามเราว่าคิดถึงอะไรมากที่สุดที่เมืองไทย เราจะตอบว่า แม่บ้าน จ๊ะ ฝรั่งที่นี่ฟังจบคงคิดว่ายัยนี่ไฮโซมากมีแม่บ้านด้วย เลยต้องขยายความให้แม่บ้านฝรั่งทางนี้เข้าใจว่า ด้วยความที่เมืองไทยบ้านเราค่าครองชีพไม่แพงและสูงเท่าอเมริกา คนทำงานหลายๆคนไม่สามารถดูแลบ้านได้ ก็จะจ้างแม่บ้านมาช่วยดูแล

 

ย้ายมาอยู่อเมริกาในวัย 40 กว่าๆนี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ อยู่เมืองไทยสบายๆ มีแม่บ้านคอยทำความสะอาด ทำกับข้าว ซักผ้ารีดผ้าให้ เราก็ออกไปทำงานกลับมาบ้านสะอาด มีอาหารให้ทาน แต่พอมาอยู่อเมริกาจะจ้างแม่บ้านมาช่วยทำความสะอาด เราต้องจ่ายอัตราขั้นต่ำ (Minimum Wage) ของอเมริกาเป็นรายชั่วโมง ฟังไม่ผิดค่ะ รายชั่วโมง ไม่ใช่รายวันหรือรายเดือนแบบบ้านเรา ค่าจ้างรายชั่วโมงของแม่บ้านนั้นจะอยู่เฉลี่ยโดยประมาณ $12 ต่อชั่วโมง (อัตรานี้มาจากการหาข้อมูลในเวปไซด์หางานต่างๆในอเมริกาคือค่าเฉลี่ยน่ะค่ะ) ลองนึกดูถ้าจ้างรายเดือนจะมหาโหดขนาดไหน อิฉันก็ทำใจไม่ได้ค่ะ ถ้าจ้างมาวันนึงก็คงทำหลายหลายชั่วโมงอยู่ เสียดายเงินในกระเป๋า เคยเห็นเพื่อนบ้านที่จ้างแม่บ้านมาก็ไม่ได้ทำสะอาดสะอ้านเท่าที่ควร ระแวกที่เราอยู่คนเอเชียน้อยมาก จะหาคนเอเชียที่รู้ใจมาทำความสะอาดก็ยาก ส่วนมากจะเป็นแม่บ้านฝรั่ง และ condition ของแต่ล่ะนางนั้นจะเยอะนิดนึง คือทำอันนี้ ไม่ทำอันนั้น ไม่ยกอันนี้ ไม่จับอันนั้น ด้วยความที่เราเป็นคนสะอาด ชอบความเป็นระเบียบร้อย จึงตัดสินใจว่าทำเองดีกว่า ดังนั้นก็ต้องมานึกหาเครื่องทุ่นแรงให้ตัวเองและเริ่มค้นหาข้อมูลว่า แม่บ้านที่นี่เค้าทำความสะอาดกันอย่างไร

 

 

ช่วงย้ายมาอยู่ใหม่ๆบ้านยังทำไม่เสร็จทั้งหมด และตอนย้ายเข้าบ้านแรกๆผู้รับเหมาก็ยังเข้าๆออกๆอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นไม้กวาดกับที่โกยผงเอาไม่อยู่จริงๆ บางทีเราคิดว่าอากาศทางนี้คงไม่มีฝุ่นเหมือนเวลาเปิดหน้าต่างที่บ้านเรา แต่หนาวๆเช่นนี้ขนาดปิดหน้าต่างตลอด มองไปบนพื้นผิวโต๊ะ ฝุ่นมาจากไหนกันน้อ เมื่อเห็นฝุ่นบนโต๊ะเยอะขนาดนี้เพียงเช็ดไปไม่กี่วัน ก็นึกไปถึงฝุ่นบนพื้นและพรมว่าจะขนาดไหน ที่ดูดฝุ่นเล็กๆ ไม้กวาดที่โกยผงคงต้องได้เก็บเข้ากรุ ว่าแล้วก็พุ่งตรงไปยัง Best Buy เพื่อหาเครื่องทุ่นแรงให้ตัวเอง ตอนแรกอย่างได้เครื่องดูดฝุ่นชื่อดัง Dyson แต่ดูสนนราคาแล้วแพงเว่อวังมาก โชคดีคุณลุงคนขายที่ Best Buy แนะนำดีมาก และแกแนะนำยี่ห้อ Shark และเล่าว่าแกใช้มานานมากหลายปียังไม่เสียเลยและทนมาก แต่ Shark ก็มีหลายระดับและราคา เราใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการตัดสินใจ จะเอาแบบราคาเบาๆไม่มีสาย ก็จะต้องชาร์จอยู่เรื่อยๆ จนตัดสินใจเอาตัวใหญ่ ฟังค์ชั่นเริดๆ ไปเลยดีกว่า ทำความสะอาดได้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่แค่พื้น ต้องบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีมากที่ลงทุนซื้อเครื่องดูดฝุ่นตัวนี้ ช่วยลดระยะเวลาการทำความสะอาดบ้านได้มากขึ้นจริงๆ เพื่อนบ้านเคยมายืมไปใช้เพราะที่ดูดฝุ่นอันเก่าเค้าเสียและสุดท้ายนางก็ซื้อตาม เลยกลายเป็นว่าตอนนี้ใครอยากได้เครื่องดูดฝุ่นก็จะส่งข้อความมาถามเรา เลยสรุปคร่าวๆให้ฟังกันว่าข้อดีข้อเสียของเครื่องดูดฝุ่น Shark ที่เราซื้อมานั้นเป็นอย่างไร เผื่อใครกำลังคิดจะซื้อหรือกำลังหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจ ข้อมูลนี้อาจจะช่วยได้ค่ะ

 

Shark APEX Powered Lift-Away

 

Shark – APEX DuoClean with Zero-M Powered Lift-Away

 

 

ข้อดีของเครื่องดูดฝุ่นรุ่นนี้

  1. ไม่ต้องมีถุง หรือต้องมีการซื้อถุงมาเปลี่ยนเหมือนเครื่องดูดฝุ่นสมัยก่อน ถังใส่ฝุ่นสามารถเปิดออกและทิ้งฝุ่นสกปรกได้ทันทีหรือเมื่อถังเต็มจะมีไฟเตือน
  2. เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถใช้ได้กับทุกพื้นผิวและไม่ทำลายพื้นผิว ทุกวันนี้พื้นไม้ไม่เคยมีรอยขีดข่วน พรมก็ยังอยู่ดีไม่มีเป็นขุย
  3. ตัวถังที่เก็บฝุ่นสามารถดึงออกได้และหลังจากดึงออกเรามารถใช้ที่ดูดฝุ่นใต้เตียง โต๊ะ ตู้ โดยที่เครื่องดูดฝุ่นจะไม่ชนเฟอร์นิเจอร์เราให้เสียหาย ฟังค์ชั่นนี้เราชอบมาก เพราะใต้เตียงนี่คือที่ดักฝุ่นชั้นดีเลย ยิ่งถ้าใครมีพรมและไม่เคยทำความสะอาดใต้เตียงเลยเวลาดูดฝุ่นออกมานี่น่ากลัวมากๆ และจะทำให้คุณคิดเลยว่านอนเข้าไปได้อย่างไรฝุ่นขนาดนี้
  4. มีไฟฉายส่องออกมาเวลาเราดูดฝุ่นใต้โต๊ะหรือตามซอกหลืบค่ะ ตอนแรกคิดว่าเป็นลูกเล่นแบบไม่น่ามีประโยชน์แต่เอาเข้าจริง เริดมาเวลาดูดฝุ่นตามซอกตามมุมที่เราอาจจะมองไม่เห็นเศษฝุ่น แม้กระทั่งดูฝุ่นตามซอกบานตู้เก็บกับข้าวในครัว เราสามารถดึงส่วนบนของเครื่องดูดฝุ่นมาเปลี่ยนหัวตามฟังค์ชั่นการดูดฝุ่นแต่ล่ะพื้นผิวที่เราต้องการ ถ้าเข้าที่มืดหน่อยไฟฉายจะทำงานทำที
  5. เสียงไม่ดังมากเทียบกับแรงดูดฝุ่นของเครื่อง
  6. สายไฟยาวมากไม่ต้องใช้สายต่อไฟเลย และมีพันที่เก็บสายไฟอย่างเป็นระเบียบ
  7. ดูดได้ทุกสรรพสิ่งและแรงดีมาก
  8. มีฟังค์ชั่นปรับเปลี่ยนการดูดฝุ่น หลายพื้นผิวเช่น พื้นเรียบ พรมขนาดสั้น และพรมแบบหนา
  9. มีหัวเปลี่ยนให้เพิ่มในการดูฝุ่นบนพื้นผิวต่างๆ เช่นบนโซฟา ฝูก ผ้าม่าน ฯลฯ
  10. Warranty 5 ปี

 

 

ข้อเสีย

  1. เทียบกับพวก cordless อาจจะหนักกว่าแต่ด้วยความที่หัวสัมผัสพื้นผิวค่อนข้างลื่นไหลได้ดี ดังนั้นน้ำหนักช่วงดูดฝุ่นก็ถือว่าไม่ได้หนักมาก
  2. ตัว Duoroll ที่บอกว่าดักผมดักขนสัตว์ และจะดูดออกไปได้เอง เอาจริงๆบ้านไหนผมเยอะ ขนสัตว์เยอะก็อาจจะต้องมาดึงออก ซึ่งไม่ได้ดึงออกยากลำบาก เราใช้วิธีตัดและดึงออก ผมพวกนี้ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพการดูดฝุ่นลดลงค่ะ เราจะดึงออกหลังจากใช้งานเสร็จ ส่วนตัว roll ที่บอกว่าจะช่วยพื้นเงางาม เราเฉยๆกับฟังค์ชั่นนี้เพราะเราจะดูดฝุ่นก่อนเช็ดพื้นทุกครั้ง
  3. มี filter ที่ต้องทำความสะอาด สามารถถอดออกมาซักล้างได้ แต่เมื่อถึงเวลานึงที่ฟองน้ำเริ่มจะขาดหลังจากซักบ่อยๆ ก็ต้องซื้อมาเปลี่ยนค่ะ แต่ของเราซักล้างเป็นปีถึงเริ่มเปลี่ยนตัวใหม่ แนะนำซื้ออุปกรณ์เปลี่ยนกับ Shark น่ะค่ะ เพราะเคยสั่งจาก Amazon แล้วไม่ฟิตพอดีค่ะ

 

 

 

เครื่องดูดฝุ่น Shark หาซื้อได้หลายที่ แต่ถ้าจะให้เร็วสั่ง  Amazon.com ยิ่งถ้าเป็น Prime Member  ด้วยแล้วส่งและคืนฟรี ส่วนเราซื้อที่ Bestbuy  เรามีบัตรเครดิตที่นี่เพราะตอนซื้อเครื่องไฟฟ้าเข้าบ้าน ถ้าทำเครดิตการ์ดแล้วได้ Cash back คืนค่อนข้างสูงและได้ราคาดี ราคาสองที่นี่จะพอๆกัน แต่ถ้าเข้าเวปของ  Shark เองราคารุ่นเดียวกันนี้จะถูกกว่า $50 และมีให้ผ่อนต่อเดือนด้วย แต่ระยะเวลาส่งอาจจะนานกว่าและ return policy อาจจะต่างกัน ส่วน Warranty เท่ากันหมดทุกที่คือ 5 ปี ใครสนใจอยากซื้อเครื่องดูดฝุ่นตัวใหม่ ลองหาข้อมูลได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ

ไว้โพสต์หน้าจะมาสรุปเครื่องทุ่นแรงในการทำความสะอาดบ้านฝากมากันอีกน่ะค่ะ อย่างนี้ล่ะค่ะอยู่บ้านเราไม่เคยหยิบจับทำความสะอาดอะไรมากมาย พอมาถึงอเมริกา ละลานตาตื่นตาตื่นใจยิ่งนักกับของทำความสะอาดบ้าน 🙂

 

 

Please note that this post contains affiliate links and any sales made through such links will reward me a small commission – at no extra cost for you

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

My Amazon