About me

Influencer Journey

มีคนเห็น Instagram ของริน แล้วถามเข้ามาว่า ทำอย่างไรถึงได้ review product แต่แบรนด์ดีๆทั้งนั้นเลย วันนี้จะมาเล่าเส้นทางแห่งการเข้าวงการมาเป็น Micro Influencer ได้อย่างไรกันค่ะ

 

ตอนย้ายมาอยู่อเมริกาใหม่ๆ เริ่มเบื่อเพราะตอนอยู่เมืองไทย เรามีงานทำมีร้านสปาให้ดูแล พอย้ายมา วันๆถ้าไม่ทำความสะอาดบ้าน ก็ไม่ค่อยได้ไปไหน นอกจากโรงเรียนลูก สนามบาสเกตบอล หรือสนามเบสบอล วันๆก็นั่ง ดู social media และ Instagram เห็นบางคนทำไม แต่งตัวสวยได้ sponsor จากชุดแบรนด์นั้นแบรนด์นี้ หรือพวกคนชอบแต่งหน้าก็ได้ เครื่องสำอาง มาใช้เยอะแยะ เลยลอง google ดูว่า ทำอย่างไรถึงได้ร่วมงานกับแบรนด์เหล่านี้ หรือภาษาที่ influencer เรียกกันคือ collaborations กับแบรนด์ จากที่หาข้อมูลมาสักพัก เราก็ไปเจอการสอน online ของคู่สามีภรรยาคู่นึงที่เริ่มจากการเป็น blogger และทำเงินต่อเดือนได้เยอะมาก เลยลองอ่านประวัติเค้าไปเรื่อยๆว่าเค้าทำงานอย่างไร วิธีการเขียนและติดต่อแบรนด์เค้าทำอย่างไร ลูกๆและเค้าเที่ยวไปเรื่อยๆโดยมีเจ้าของสินค้า แอร์ไลน์ หรือ โรงแรมให้อยู่โดยแลกกับการที่จะเค้าจะต้องโปรโมท เขียนลง blog หรือ social media ของเค้า เค้าบอกว่าแค่โพสในบาง social media แค่รูปโพสเดียวเค้าก็ได้หลักร้อยปลายๆเหรียญ ถ้าลง blog ก็เป็นพัน อิฉันก็ตาโตสิค่ะ ทำไงล่ะทีนี้ จากอยากได้ของฟรีมาลอง อ่านไปอ่านมาอยากได้เงินด้วย :))

 

สองสามี ภรรยา ชื่อ Heather and Pete เค้ามี Blog ชื่อว่า It’s lovely life เริ่มจากภรรยาชอบเขียนลง Blog ให้คนอ่าน พอคนอ่านเยอะขึ้น แบรนด์ก็มาสนใจมากขึ้น ทำให้ Blog ของชีกลายเป็นธุรกิจไป คือทำในสิ่งที่ชอบและได้เงินด้วย ส่วนสามีมีงานประจำ แต่พอภรรยาทำเงินอย่างจริงจัง สามีเลยลงมาช่วยเต็มตัว เลยกลายเป็นธุรกิจครอบครัวไปโดยปริยาย หลังจาก research ได้สักพักเราก็ตัดสินในลองเรียนออนไลน์ course ที่เค้าให้เราฟรีก่อน เพราะเราอยากรู้ว่า เราอยากทำจริงๆหรือไม่ โดย course นี้เรียกว่า Start A Blogging Business 5-Day Crash Course คอร์สนี้ฟรีเรียน 5 วันทุกวันเค้าจะส่งอีเมลมาให้เรา และสอน Basic ของการเป็น blogger ใครสนใจ ใครชอบเขียนอยากมี Blog เป็นของตัวเอง คอร์สนี้ไม่ยาก และเค้าสอนอย่างเข้าใจง่าย ยิ่งคนมีความรู้ทางคอมพิวเตอร์อยู่บ้างจะยิ่งง่ายขึ้น พอเราเรียนจบห้าวัน ทำยังไงดีล่ะ อารมณ์อยากทำ Blog อยากมีรายได้แบบ Blogger อยากรู้มากขึ้น ควักกระเป๋าสิค่ะ จ่ายเงินเรียนเลยไปเลย 30 วัน คอรส์นี้ชื่อ Blogging Blastoff 2.0

 

ต้องบอกว่าเป็นการเปิดหูเปิดตา เปิดโลกทัศน์เลยว่า มันมีอาชีพที่ดูไม่เหมือนเป็นอาชีพได้เลย แต่เฮ้ยทำเงินได้ คราวนี้ฝันเลยค่ะ สร้าง Website เป็นภาษาอังกฤษด้วย คือมั่นใจภาษาเราโอเค และหลังจากเรียนมา เค้าให้เราหาความสามารถของเราและใช้จุดนี้ดึงความเป็นเราออกมาสร้าง Blog ตัวเอง ตอนนั้นคิดได้อยางเดียว ชอบช้อปปิ้ง แต่งตัว ชอบเครื่องสำอางค์สกินแคร์ แต่ Blogger แบบนี้มีเยอะแยะเลย แข่งไปสู้ไม่ได้แน่เลย เลยหันเหตัวเองไปทางสปา เพราะเรามีความรู้เรื่องนี้ เลยสร้าง website ขึ้นมาชื่อ Your Spa Guru เห็นม่ะมั่นใจมากว่าตัวเองเป็น Guru แต่เอาเข้าจริงๆคิดผิด เพราะไม่มีทางได้เกิดเลย ทางตันทันทีภายในไม่กี่ post คนไม่ได้ไปสปาทุกวัน คนอยากเปิดสปาไม่ได้มีทุกวัน แล้วถ้าจะทำเงินเราต้องมี connection กับสปาหรือโรงแรม มันเอื้อมยากมากสำหรับ Blogger หน้าใหม่ แต่เป็นเพราะเวปนี้และการเรียน Blogging Blastoff 2.0 ทำให้เราเรารู้ว่าการสร้าง Blogของตัวเองไม่ได้ยากเลย ทำอย่างไรจะให้มีโฆษณาในหน้า Blog และการเขียน Blog เราควรเขียนในเรื่องที่เรา Passionate และสิ่งที่เราทำมันประจำวัน Blog ต้องสื่อถึงความเป็นเรามากที่สุดแล้วเราจะมีความสุขกับมัน

 

 

หลังจากเรียนออนไลน์คอร์สนี้จบ จาก Blog ก็แตกแขนงไปยัง การเรียนรู้เรื่อง Affiliate Marketing และ รวมไปถึงการเป็น Influencer คอร์สนี้ทำให้เรามี connection และ guide เราให้สมัครไปยังบริษัทต่างๆ หรือสอนการ Pitch หรือการเขียนอีเมลหรือข้อความแนะนำตัวเราไปยังแบรนด์ที่เราต้องการร่วมงานด้วย เราเปิด Instagram Facebook Twitter และ Pinterest ใหม่หมด เริ่ม Follower จากศูยน์ ซึ่งกว่าจะได้ followers จาก Instagram เป็นหมื่นอย่างทุกวันนี้ก็หืดขึ้นคอเลยทีเดียว แต่ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ปีค่ะ ทุกวันนี้เน้นไปที่ Instagram อย่างเดียว เพราะปิด blog ภาคภาษาอังกฤษไป และเพราะเหตุการณ์โควิด ทำให้เรามีเวลานั่งคิด วิเคราะห์ว่า ทำไมเราไม่ทำ Blog ภาษาไทย แล้วเขียนการรีวิว ความชอบในการช้อปปิ้งออนไลน์ รวมไปถึงเทคนิคการซื้อของโดยไม่ต้องไปจ่ายราคาเต็ม ซึ่งตั้งแต่ย้ายมาชำนาญการซื้อของออนไลน์ขึ้นเยอะมาก ต้องยกระดับตัวเองว่าเริ่มเป็น Professional เลยจริงๆ อันนี้สามีรับประกันค่ะ 😂

 

 

 

 

สำหรับคนที่การเขียน Blog แนะนำให้ research หรือลองดูคอร์สที่กล่าวถึงไว้ข้างบน ส่วนใครที่อยากเป็น Influencer เรามาเริ่มต้นง่ายๆกันก่อนค่ะ ก่อนอื่นเลยคุณต้องมี Social Media แนะนำเป็น Instagram เพราะคนใช้เยอะแยะมากมาย รองมาคือ Facebook สองอันนี้เราสามาถเซ็ตโพส Intagram แล้วให้ไป link ที่ Facebook อีกทีเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาการ create content

Influencer ตอนนี้หลักๆแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ

1. Mega Influencer: คนเหล่านี้คือ ดารา ไฮโซ คนดังทั้งหลายทีมีคน Follow แบบถล่มทลาย พวกนี้เวลาร่วมงานกับแบรนด์ แบรนด์กระเป๋าฉีกเลยทีเดียว
2. Macro Influencer: คนเหล่านี้จะมี Follower ติดตามอยู่ที่ 100,000 ถึง 1 ล้านคน คนเหล่านี้จะเป็นพวก Content creator, Vlogger, Youtuber ที่คนติดตามพวกเค้า จะค่อนข้างจงรักภักดีและติดตามและ engage กับคนเหล่านี้ตลอด ราคาต่อโพสอยู่ในระดับสูงมาก
3. Micro Influencer: อันนี้คือเอาเรียกคนอย่างอิฉันค่ะ Micro นี้จะมีคนติดตามอยู่ที่ 1,000 – 100,000 คน คนเหล่านี้จะพยายามสร้าง value ให้กับตัวเองโดยมี Niche ที่แยกแตกต่าง เช่น Travel Beauty Lifestyle Fitness Wellness และคุณภาพของ content จะค่อนข้างสูง
4. Nano Influencer: คนเหล่านี้จะมี Follower น้อยกว่า 1,000 คน คนพวกนี้คือคนที่โพสการใช้ชีวิต ปรกติเหมือนคนทั่วไป ไม่ได้มุ่งไปที่แบรนด์อย่างเดียวแต่เป็น Lifestyle ของตัวเอง คนเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อเพื่อนฝูงและครอบครัว เลยทำให้ ratio การ engage พูดคุย คอมเมนท์ หรือไลค์ ค่อนข้างสูง

ตอนนี้ถ้าคุณๆมี Instagram คุณรู้แล้วว่าคุณอยู่ในระดับของ Influencer แบบใด เริ่มแรกการทำเงินของเราและการรีวิวหรือโพสให้แบรนด์ เราเริ่มจากแค่ไม่กี่พัน follower ซึ่งเราเริ่มต้นกับบริษัทที่ชื่อ Heartbeat ก่อน เค้าเป็น Platform ที่รวม Micro Influencer และ Brand เอาไว้ สมัครง่ายๆ ได้ที่ Heartbeat  ถ้า download app ได้จะสะดวกมาก เค้าจะมี survey ให้คุณทำ ทำให้ได้มากที่สุดเพราะสิ่งนี้จะ link สิ่งที่คุณตอบว่าคุณสมบัติของคุณเข้ากับแบรนด์ไหน Heartbeat มีตั้งแต่แบรนด์ดังๆอย่าง Dunkin Donut ไปยังแบรนด์ไม่ดังที่พึ่งเริ่มต้น ส่วนเงินต่อโพสต่อไม่ได้เยอะ จำได้ว่าเราเริ่มที่ $15 ต่อโพส ก็ถือว่าไม่น้อยน่ะค่ะ หลังจากเราทำ survey เสร็จไปในหน้า Campaign เราจะเห็น list ของแบรนด์ต่างๆที่ offer โดยจะเขียนรายละเอียดว่าเราจะต้องทำอย่างไรบ้างถ้าแบรนด์เลือกเราให้ร่วมงานด้วย ส่วนค่าจ้างนั้นทาง Heartbeat จะโอนเข้าทาง Paypal ค่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำ Survey บ่อยๆแล้วแบรนด์ในหน้า Campaign จะขึ้นมามากขึ้น ถ้าสาวๆท่านใดสนใจ สมัครได้ที่นี่เลยค่ะ  heartbeat.com

 

อีก App นึงที่สาวๆควรต้องมีและเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้การเป็น Influencer ได้ดีเลย คือ App นี้ค่ะ Influensterบริษัทนี้เค้ารวบรวม Influencer ที่มารีวิวสินค้า และเป็นการรีวิวสินค้าแบบสากกะเบือยันเรือรบจริงๆ แต่บริษัทนี้ไม่ได้ให้เงินน่ะค่ะ แต่ถ้าคุณทำ Survey ซึ่งเค้าเรียกว่า Snap ของเค้าอยู่ตลอดระบบจะประมวณข้อมูลเหล่านั้น หรือคุณรีวิวสินค้าที่คุณใช้อยู่แล้วหลังจากทำ survey ของเค้า โอกาสที่คุณจะได้ VoxBox จะมีสูง ใน Voxbox นั้นบอกเลยว่ามีแต่แบรนด์ดีๆทั้งนั้น ทั้งสินค้าใช้ในบ้านไปยังพวกสินค้าสกินแคร์แบรนด์เนมดังๆ หลังจากเราสมัครInfluenster แล้ว และเริ่มทำ Snap ไปเรื่อยๆ สินค้าแบรนด์แรกที่เราได้ส่งมาบ้านคือ Miracle Growเป็นเครื่องปลูกผักในบ้าน สำหรับคนที่พื้นที่ในบ้านน้อย ซึ่งราคาอยู่ที่ $199 ในใจก็คิดขอเป็นเงินได้มั๊ยหนอ แถมส่ง Visa Debit Card มาให้อีก $20 ให้ไปหาซื้อผักซื้อหญ้ามาปลูก Miracle Grow Campaign เนี่ยถือว่าเป็น Product แรกของเราเลย พยายามเขียน content ถ่ายรูป ปลูกผักอย่างเต็มที่Influenster จะมีระยะเวลาให้เราในการทำ Campaign และจะมีรายละเอียดเลยว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง บาง Campaign พอสิ้นสุดแล้วแบรนด์จะเลือกให้รางวัล Influencer ซึ่ง Campaign นี้เราได้รับเลือกให้ได้ Gift Card จาก Home Depot $100 พอเราได้รางวัลเราเลยรู้สึกว่าเฮ้ย เราก็ทำได้ เราก็เป็นได้น่ะ จากที่เค้าให้เราลงแค่ post เดียว เราก็เอาใจแบรนด์โดยการลงสักสองสามโพส ลงใน Stories บ้าง ให้แบรนด์รู้สึกว่าเราเอาใจใส่กับการ create content ที่ดีให้กับแบรนด์ค่ะลองดู Campaign ที่รินร่วมกับ Influenster ได้ที่นี่เลยค่ะ

 

 

หลังจากจบ Campaign แรกกับ Miracle Grow เราก็ได้ VoxBox ส่งมาตลอด ตั้งแต่ Anastasia Beverly Hills, Lancome, Perricone MD และอีกหลากหลายแบรนด์ สาวๆท่านใดสนใจลองสมัครได้ตาม link นี้เลยค่ะ Influenster.com

 

ใครที่ไม่มั่นใจว่าจะทำได้ ให้คิด positive ไว้ค่ะ หลายคนไม่เข้าใจตอนเราทำใหม่ๆ ว่าทำไปแล้วได้อะไร ตอนนี้คนจะทักว่า ดีจังเลยได้ของฟรีใช้ แต่ล่ะแบรนด์ดีๆทั้งนั้นเลย ตอนเราทำแรกๆก็แปลกๆตัวเอง จะ selfie ทำไม หรือโพสของที่ตัวเองใช้ให้ชาวโลกเห็นทำไม มันเหมือนคนไม่ได้เป็นดาราแต่อยากดังอ่ะค่ะ 555 มันจะอารมณ์ประมาณนี้ แนะนำสาวๆเริ่มจากโพสสินค้าที่เราใช้ประจำก็ได้ค่ะ พยายามทำให้สีสันและความรูปภาพที่เราโพสเข้ากัน ดูแล้วสบายตา แล้วอย่าลืมเปิด account ให้เป็น Public น่ะค่ะ เพราะแบรนด์จะไม่รับ Account ที่คุณปิดส่วนตัว ส่วน Profile เขียนให้ชัดและให้คนที่กดเข้ามาดูอยากกดเข้ามาดูรูปเราต่อ นี่คือ Profile ของรินค่ะ

 

 

 

 

วันนี้เราบอกเล่าแค่สองบริษัทนี้ก่อน แล้วเดี๋ยวว่างๆจะ list รายการบริษัทที่รินเป็น Influencer ในสังกัดเค้ามาให้ติดตามกันค่ะ ขอให้สนุกกับการเป็น Influencer หน้าใหม่น่ะค่ะ มีคำถามติดขัดเรื่องการสมัครหรือการทำ Campaign อย่างไร เขียนใน comment ด้านล่างมาได้เลยน่ะค่ะ

 

 

Please note that this post contains affiliate links and any sales made through such links will reward me a small commission – at no extra cost for you

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *